โรคความดันโลหิตสูง
โพสโดย อ.สมบัติ ไตรศรีศิลป์

             

คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง เพราะไม่เคยไปตรวจร่างกาย บางครั้งถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตก จนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตก็มีอยู่มาก เพื่อความไม่ประมาทควรมีการตรวจเช็คสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเองแบบง่ายๆ เช่น การก้มลงเอาฝ่ามือแตะพื้น (ภาพ1) หรือม้วนแขนสลับซ้ายขวา (ภาพ2)* ถ้าทำได้แสดงว่าร่างกายส่วนบนมีความยืดหยุ่นดี ไม่มีการติดขัดของการไหลเวียนโลหิต ลดอัตราเสี่ยงของความดันโลหิตสูง แต่ถ้าทำไม่ได้ อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นความดันโลหิตสูง เพราะเมื่อหัวใจบีบตัวเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ติดขัดตามข้อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและพังผืดที่ยึดติดกัน ก็จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมา

               ทำไม?.... คนจึงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นจากเลือดของเรามีสารพิษเจือปนมากและมีลักษณะข้นหนืด ทำให้ไหลเวียนไม่สะดวก ประกอบกับเส้นเลือดที่มีอายุการใช้งานมานานจากการมีเลือดที่เป็นพิษ เช่น น้ำตาลหรือไขมันในเลือดสูงก็จะทำให้เส้นเลือดขาดความยืดหยุ่น กรอบ แห้งกระด้างเหมือนมะม่วงแช่อิ่มและมีไขมันอุดตัน ทำให้หลอดเลือดยิ่งมีขนาดเล็กลง การไหลเวียนของโลหิตเป็นไปได้ยากจึงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

               ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนมีสาเหตุสำคัญที่สุดมาจาก อาหารที่เรารับประทานเข้าไปและร่างกายไม่สามารถปรับให้เกิดความสมดุลได้ ประกอบกับมีลมคั่งค้างในเส้นเลือด กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและข้อต่อ จึงขัดขวางการไหลเวียนของเลือด ทำให้มีสารพิษคั่งค้างตามมา จึงเกิดการอักเสบทำให้รู้สึกเจ็บ ปวด เมื่อย จากนั้นก็จะมีแคลเซียมมาเกาะทำให้ความยืดหยุ่นสูญเสียไป จึงเป็นสาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

  •               เมื่อเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้วจะดูแลรักษาอย่างไร? ถ้าเป็นการรักษาตามการแพทย์แผนปัจจุบัน จะต้องกินยาตลอดชีวิตและอาจมีผลข้างเคียงต่อตับและไต แต่สำหรับแพทย์แผนไทย เราจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น เลือดข้นมีสารพิษ ก็จะให้รับประทานอาหารสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว จืด ฝาด เช่นมะม่วง มะปราง มะไฟ  ผลไม้ 3 อย่าง (ตรีผลา) อันประกอบไปด้วย สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม เป็นต้น สำหรับความยืดหยุ่นของร่างกายและหลอดเลือด ก็ต้องทำให้เกิดการขับของเสียด้วยการ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้มาก และช่วยด้วยการนวด การอบ และการประคบสมุนไพร หากมีการทานยาถ่ายกษัยช่วยด้วย ก็จะเป็นการลุของเสียในร่างกายทำให้หายจากโรคต่างๆเร็วขึ้น  ที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอยู่ กานอนหลับ และขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะสอดคล้องกับธรรมชาติของนาฬิกาชีวิต