โรคหัวใจจงใส่ใจอย่าได้ประมาท
โพสโดย อ.สมบัติ ไตรศรีศิลป์

โรคหัวใจจงใส่ใจอย่าได้ประมาท

 

 โรคหัวใจ  เป็นสาเหตุการตาย อันดับ 2 ของคนไทยรองจากโรคมะเร็ง แบ่งเป็น 2 ประเภท

ก.     โรคหัวใจเฉียบพลัน (Acute Hard Attracted)  เกิดจากหัวใจเต้นผิดปกติมีสาเหตุมาจากมีลมอุดกลั้นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก กรณีนี้อย่านั่งฟุบอยู่กับหัวเข่าหรือโต๊ะเป็นอันขาด จะทำให้เกิดการหายใจยิ่งลำบากและอาจสลบ ทำให้เสียชีวิตได้ทันที

               วิธีแก้  ให้นอนหงายราบกับพื้นแล้วตั้งสติให้มั่นคง หายใจเข้าลึกๆทางจมูก และหายใจออกทางปากช้าๆ พร้อมกับกระดกปลายลิ้นให้ติดเพดานปากด้านบน ทำวิธีนี้สัก 5 ครั้ง ก็จะทำให้อาการดีขึ้นและค่อยๆฟื้นตัวเป็นปกติ ทำเช่นเดียวกันจนรู้สึกหายเป็นปกติแล้วจึงค่อยลุกขึ้นช้าๆ

               ข.โรคหัวใจเรื้อรัง อาจเกิดจาก เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ แข็งตัวมีแคลเซียมเกาะอยู่และเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน เพราะมีไขมันเป็นตะกรันพอกอยู่ หรือเกิดจาก ลิ้นหัวใจรั่ว สืบเนื่องจากมีลมแทรกอยู่ในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ หรือมีฟองอากาศแทรกอยู่ตามช่องว่างใกล้ลิ้นหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ จึงเกิดความเสื่อมของกล้ามเนื้อหัวใจหรือลิ้นหัวใจ เป็นไปทีละเล็กละน้อยสะสมนานเข้าก็เกิดเป็นลิ้นหัวใจรั่ว หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย เพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบตันจนบางครั้งต้องไปทำบัลลูนหรือบายพาสเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ

               ทำไม ?  จึงเกิดลมเข้าหัวใจ  ปกติหัวใจจะเป็นตัวบีบเลือดแดงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ  ของร่างกายและรับเลือดดำ   จากร่างกายส่งไปให้ปอดเพื่อฟอกให้สะอาดด้วยออกซิเจน จากนั้นก็รับเลือดที่ฟอกแล้วจากปอดเข้าสู่หัวใจเพื่อส่งต่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

               ฉะนั้นเมื่อมีฟองอากาศแทรกอยู่ในเลือดก็จะสะสมเป็นฟองอากาศที่ใหญ่ขึ้น สามารถขวางกั้นการไหลเวียนของเลือดแล้วทำให้เกิดความเสื่อมของกล้ามเนื้อและลิ้นของหัวใจตามมา

               สาเหตุที่ทำให้เกิดฟองอากาศในเลือดหรือลมนั้นมีหลายสาเหตุ เช่น กินอาหารแสลง กินอาหารบูดเน่า สุกๆ ดิบๆ การกระทบร้อนกระทบเย็นอย่างรวดเร็ว การกินอาหารหรือน้ำเร็วเกินไปหลังจากหิวจัดหรือกระหายมาก มักจะเกิดลมแน่นในท้อง แล้ววิ่งขึ้นไปยังทรวงอก บางครั้งเข้าหัวใจและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจทำให้เป็นโรคหัวใจตามมา

               ฉะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลมมาก  หรือเมื่อเกิดขึ้นก็ควรกำจัดลมให้หมดไปด้วยการกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เมื่อกินอาหารอิ่มใหม่ๆไม่ควรดื่มน้ำเย็นหรือดื่มน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง อาหารย่อยยากจึงเกิดการหมักเป็นแก๊สแน่นท้อง และจุกเสียดแน่นหน้าอก

               เราสามารถกำจัดลมได้ด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสม แม้แต่การเดินจงกรมประมาณ 30 นาที ก็สามารถกำจัดลมได้ อาจช่วยด้วยการใช้ยาหอมปราณลม (เทพจิต) การนวด การอบสมุนไพร การฝึก“ลมปราณ”  ก็สามารถกำจัดลมได้ ท่านที่มีอายุ 32 ปีขึ้นไป จะมีลมเกิดขึ้นมากตามวัย  * ฉะนั้นจงอย่าประมาท เดินทางไปไหนหรืออยู่บ้านควรมียาหอมเทพจิตติดไว้เพื่อแก้ขัดได้ชะงัดดี