โรคปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ
โพสโดย อ.สมบัติ ไตรศรีศิลป์

โรคปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อ

สาเหตุของโรค เกิดจาก 4 ป็จจัยที่หลายคนอาจไม่ได้สังเกต

ก. เกิดจากอุบัติเหตุ การเกิดอุบัติเหตุทุกครั้งไม่ว่าหนักหรือเบาล้วนมีผล ต่อการปวด ขึ้นอยู่กับอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อต่อกระดูก แด’นั้งหมดล้วนมีผลทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissues) เกิดการอักเสบ เป็นพังผืดและมีแคลเซียมมาจับเสมือนหนึ่งกับกล้วยนั้าว้าที่แก่จัดแต่ยังไม่สุกเหลือง เกิดถูกกระแทกหรือทำให้ชํ้าบางส่วน เนื้อเยื่อที่ถูกกระทบและเซลล์บริเวณนั้นจะ สุญเสียสภาพและไม่มีการเจริญต่อ ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดแข็งกระด้างและไม่สุกงอม เฉกเช่นกล้ามเนื้อเราก็เช่นกัน แต่ระยะเวลาแสดงผลขึ้นอยู่กับความแรงของอุบัติเหตุ บางคนเกิดอุบัติเหตุนับเป็น 10 ปี จึงค่อยแสดงผล ดังเช่นคนที่เกิดอุบัติเหตุรถชน หรือรถควา หรือแม้แต่ถูกกระแทกก็ตามทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เกิดอาการสะดุ้ง เกร็งและหดตัว เลือดไหลเวียนไม่สะดวกก็จะเกิดอาการปวดเมื่อยตามมา ดังภาษาการ แพทย์แผนไทย เรียกว่า “เป็นเถาเป็นดาน”

ข. เกิดจากการติดเชื้อแล้วเนื้อเยื่อถูกทำลาย ซึ่งเป็นได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะภายในทุกส่วน อาจถูกกระแทกจากอุบัติเหตุหรือติดเชื้อไม่ว่าจะเป็น ดับ ไต หัวใจ ปอด กระเพาะอาหาร ลำไล้ จนถึงสมองและม้าม เป็นต้น เนื้อเยื่อที่ถูก เชื้อโรคหรือสารพิษทำลาย ก็จะสุญเสียสภาพการทำงาน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย ไตวาย ดับแข็ง และปอดถูกทำลาย เป็นต้น ล้าเป็นกล้ามเนื้อและผิวหนัง จะสังเกตไต้จากการฉีกขาดแล้วเกิด แผลเป็น หรือ สัตว์พิษกัดต่อยแล้วมี อาการแข็งเป็นไตตามมา

ค. เกิดจากการใช้งานหนัก มากเกิน ไปหรืออยู่ในพฤติกรรมซํ้าซากเป็นเวลานาน ทำให้ปวดเมื่อยและอักเสบตามมา เกิดเป็นพังผืดและมีแคลเซียม เกาะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวแข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น เพราะเลือดลมไหลเวียน ไม่สะดวกดังเช่น โรคออฟพิเสซีนโดรมทั้งหลาย โดยเฉพาะบ่า ไหล่ หลัง ที่เป็นอันมาก ในอาชีพนั่งโต๊ะทำงาน ซึ่งปกติไม่ควรอยู่นานเกิน 2 ชั่วโมง จะต้องมีการปรับเปลี่ยน อิริยาบถ

ง. เกิดจากความเสื่อมสภาพตามอายุ ซึ่งทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะตอน หนุ่มสาวกล้ามเนื้อแข็ง เส้นเอ็นอ่อน พอตอนแก’กล้ามเนื้ออ่อน เส้นเอ็นจึงแข็งตึง

 

               วิธีปีองกันและรักษา ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ทำงานอย่างสมดุลเพื่อให้ ข้อต่อม่การเคลื่อน1ไหว1ไต้สะดวก ไม่ม่การคั่งค้างของลม อันเป็นสาเหตุทำให้เลือด ไปเลี้ยงไดไม่ดี ดังเช่นทุกท่านที่เคยตึงข้อนิ้วมือแล้วเกิดเสียงดัง เพราะม่ลมชังอยู่ ในข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ไปขวางทั้นการไหลเวียนของเลือดและลม โดยเฉพาะกระลูก ลันหลัง ล้าเส้นเอ็นหดตัวมากจะทำให้หมอนรองกระลูกสึก และทำให้เตี้ยลง เมื่อแก’ และอาจเกิดกระลูกงอกหับเส้นประสาทตามมา ขอแนะนำการดูแลรักษาด้วย ภูมิปัญญาพื้นบ้านและสามารถทำเอง1ไต้ดังนื้

 

ช่วยในการยืดเส้นเอ็นแนวขนานขณะกางแขน ซึ่งต่างจากไม้ยืน (B&B) เป็นการคลายกล้ามเนื๊อและพังผืดที่ยืดติดทำไห้การเคลื่อนไหวลำบาก สามารถเข้าไปดู ใน Google ได้ กลับไปที่รำกระบอง จะมีทั้งหมด 15 ท่าเท่านั้น ดังนี้

ทำที่ 1 เอาไม้กระบองวางบนบ่าไหล่แล้วกางแขนออก พร้อมกางขา 3 ช่วง หัวไหล่ แล้วกลับเอามือซ้ายพร้อมกระบองไปแตะที่เท้าขวานับ 1-10 แล้วกลับ ท่าเติม (ตามรูป) หากทำไม,ได้ก็พยายามทำทุกวัน ถ้าได้เมื่อไหร่ปวดสะบัก บ่า หลัง ไหล่ ก็จะหาย ที่เรียกทั่วไปว่าเป็นไรคออฟฟิตซ้นไดรม





ท่าที่ 2 เอาไม้วางบนบ่าไหล กางแขนเช่นเติม แล้วหมุนตัวไปทางซ้ายพร้อม แขนและไม้ไห้ได้ 180 องศา นับได้ 10 แล้วกลับที่เติมจากนั้นหมุนสลับไปทางขวา ทำเช่นเดียวกัน ตอนแรกอาจไม่ถึง 180 องศาไม,เป็นไร ถ้าทำทุกวัน 3 เดือนก็จะทำได้ แล้วไรคไหล่ติด สะบักจม ก็จะหายไปไดยที่เราไม,รู้ตัว


 

ท่าที่ 3 อยู่ในท่าเตรียมเช่นเดิมจากนั้นเอี้ยวตัวไปข้างหลัง งอเข่าเอามือขวาไป แตะส้นเท้าซ้ายนับ 1 ถึง 10 แล้ว สลับเอามือซ้ายเอี้ยวหลังไปแตะส้นเท้าขวา นับ 1 ถึง 10 เช่นลัน แล้วกลับท่าเตรียมเหมือนเดิม หมั่นทำทุกวัน อาการปวด ตลอดแนว ลันหลังและสีข้างก็จะหาย

เมื่อเลือดลมไหวเรียนดิร่างกายมืความยืดหยุ่น โดยที่เรากินอาหารที่สะอาด นั้าปราศจากสีและกลิ่น อยู่ไนสถานที่อากาศบรีสูทธ โรคลัยก็-จะ’ไม,มี หรือถ้ามีก็-จะ ค่อย ๆ

 

การใช้ผ้าขาวม้าช่วยในการออกกำลังกายเพื่อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ไม่ให้ เส้นเอ็นทำงานหนักเกิดการแข็งตัว เมื่อเส้นเอ็นแข็งยังแบกรับนั้าหนักเราไม่ไหว ก็จะ ทำไห้พังผืดมาพอกเกาะตามข้อต่อนั้งหลาย เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า และข้อสะโพก นานเข้าก็จะทำให้พับงอลำบาก ต้องเดินเหมือนลับหุ่นยนต์ที่พบเห็นลันทั่วไปใน ผู้สูงอายุเรามืหนังสือออกกำลังกายด้วยผ้าขาวม้า ให้ท่านได้ศึกษาเป็นแนวทาง เนื้องด้นแล้ว ท่านสามารถจะนำไปคิดค้นและประยุกต์ใช้ให้เหมาะลับกล้ามเนื้อแต่ละ ส่วนของท่านอย่างเหมาะสมต่อไป