โรคพรรดึก(ขับถ่ายยาก)
โพสโดย อ.สมบัติ ไตรศรีศิลป์

โรคพรรดึก(ขับถ่ายยาก)

                ถ้ากินไม่ได้  นอนไม่หลับ  ขับถ่ายไม่ดี  จะเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าสุขภาพท่านกำลังเสียสมดุล และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา เพราะโรคต่าง ๆ ที่ไม่มีการติดเชื้อ เช่น อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ  ขับถ่ายไม่ดี   ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดัน ไขมัน เบาหวาน โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือแม้แต่โรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาการเป็นโรค  5 - 10 ปี สำหรับมะเร็งอาจใช้เวลามากกว่า 10 ปี แต่ถ้าเราปรับให้เกิดความสมดุลของธาตุทั้ง 4  มี    ดิน น้ำ ลม  ไฟ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน หรือแม้แต่คนเดียวกันก็ยังแตกต่างกันไปตามอายุ ฤดูกาล แม้กระทั่งในแต่ละวัน เช้า สาย บ่าย เย็น ก็ยังมีความสมดุลของธาตุทั้ง 4 แปรเปลี่ยนไป แต่ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ เพราะคนสุขภาพดี  กินข้าวเปล่ายังรู้สึกว่าอร่อย นอนหลับดี      ไม่ฝันร้าย ไม่ตื่นนอนกลางดึก และที่สำคัญมีการขับถ่ายอย่างสมบูรณ์ทั้งธาตุดิน  ธาตุน้ำ ธาตุลม  และธาตุไฟ  แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจเรื่องการขับถ่ายเฉพาะ  อุจจาระ (ธาตุดิน)  เท่านั้น

               การขับถ่าย... เป็นตัวชี้สำคัญ ที่จะบ่งบอกถึงความมีสุขภาพดีหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับถ่ายของเสียในมนุษย์จะมีทั้ง 4 ธาตุ ดังนี้

                ธาตุดิน  ขับโดย  อุจจาระเป็นส่วนใหญ่ ยังมีผิวหนัง ขน ผม และเล็บ                                                            

 ธาตุน้ำ   ขับโดย  ปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ ยังมีระดู (สำหรับสตรี)  เหงื่อ น้ำมูก น้ำลาย เสลด ฯลฯ

                ธาตุลม ขับโดย  การผายลม การเรอ และออกตามรูขุมขน โดยเฉพาะปลายมือ ปลายเท้า  และทวารทั้ง  9  ในผู้ชาย  10  ทวารในผู้หญิง               

ธาตุไฟ   ขับโดย  ทางผิวหนังผ่านทางเหงื่อ ลมหายใจ อุจจาระ ปัสสาวะ เป็นต้น         

         แต่คนส่วนใหญ่พูดถึงการขับของเสียออกจากร่างกายมักคิดถึงเรื่องอุจจาระเป็นหลัก เพราะเป็นเหตุสำคัญที่จะดูว่าบุคคลนั้นมีสุขภาพดีหรือไม่ ทางการแพทย์แผนไทยแบ่งอุจจาระเป็น 3 ประเภท คือ               

ก.  ธาตุหนัก  หมายถึง ผู้มีอุจจาระแข็งเป็นก้อนเหมือนขี้แพะ ภาษาโบราณเรียกว่าเป็นพรรดึก เวลาถ่ายในโถส้วมจะจมดิ่งลงในน้ำ แล้วไม่ลอยขึ้นมาเลย                                                       

ข.  ธาตุเบา  ลักษณะอุจจาระจะเป็นก้อนหลวมๆ หรือเหลว เวลาถ่ายจะลอยเป็นแพบนผิวน้ำในโถส้วม

ค.  ธาตุปานกลาง  จะมีลักษณะกึ่งกลางระหว่างธาตุหนักและธาตุเบาเป็นก้อนไม่แน่นมาก เวลาถ่ายตอนแรก  จะจมดิ่ง จากนั้นจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำในโถส้วม              

               ที่กล่าวมาเหมือนเป็นเรื่องสกปรกไม่น่าพูด แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพมาก คนที่เป็นพรรดึกมักจะถ่ายวันเว้นวัน หรือถ่ายวันเว้น 2 วัน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากอาหารที่กินเป็นเนื้อสัตว์มาก หรือกินยาบางชนิดที่ทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน ไม่ชอบทานผักสด ผลไม้ และดื่มน้ำน้อย  นอกจากนี้ความเครียดก็ทำให้การขับถ่ายทุกระบบไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้านอนไม่สอดคล้องกับธรรมชาติวิธีของดวงอาทิตย์ วิถีชีวิตในการขับถ่ายก็จะมีปัญหาเช่นกัน  ทำให้โอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ได้ง่าย เริ่มตั้งแต่ลำไส้อักเสบ เป็นแผลจน กระทั่งเป็นมะเร็ง ถ้ามีอาการท้องผูก 3 5 ปี จะเริ่มมีอาการเป็นริดสีดวงทวารหรือถ่ายเป็นเลือด และไม่เกิน 10 ปีจะมีสัญญาณมะเร็งลำไส้เกิดขึ้น ฉะนั้นควรปรับปรุงเรื่องอาหารและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อท้องผูก เช่น ความเครียด เป็นต้น สมุนไพรที่แนะนำให้กินเมื่อเวลาท้องผูก  เช่น มะขาม มะเฟือง กระทกรก ตระกูลที่มีรสเปรี้ยวทั้งหลาย โดยเฉพาะมะขามป้อมและสมอไทย ถ้ารับประทานอย่างละ 5 ผล พร้อมกับเกลือจะช่วยในการขับถ่ายได้ดีมากเพราะผลไม้ทั้ง 2 ชนิด มักจะออกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ถ้ากินเป็นประจำทุกปีจะช่วยปรับระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดีไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้

               ปัจจุบันคนมักถ่ายอุจจาระวันละครั้ง ซึ่งยังไม่เพียงพอ เพราะไม่สมดุลกัน ถ้ากิน 1 มื้อ ควรถ่าย 1 ครั้ง    ถ้ากิน2 มื้อ ควรถ่าย 2 ครั้ง ถ้ากิน 3 มื้อ ก็ควรถ่าย 3 ครั้ง ทุกวันนี้คนกินมากเกินไปและไม่กินอาหารตามธรรมชาติ อาหารส่วนใหญ่มักปรุงแต่งให้มีรสชาติอร่อย  อาหารอร่อยมักไม่ค่อยมีประโยชน์ อาหารที่มีประโยชน์มักจะไม่อร่อย ดังสุภาษิตที่ว่า  กินน้อยตายยาก  กินมากตายเร็ว พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า การกินอาหาร 1 มื้อ ก็สามารถยังชีพได้ มื้อที่ 2 ก็เพื่อการงาน สำหรับมื้อที่ 3 เพื่อกามราคะ ฉะนั้นคนทานมื้อเดียวก็จะประหยัดทั้งเวลา และเงินทอง เป็นผลดีต่อสุขภาพ และที่สำคัญจะได้มีเวลาทำงานได้มาก แต่สำหรับผู้สูงวัยที่ระบบการย่อยอาหารอ่อนกำลังลง โดยเฉพาะธาตุไฟที่ย่อยอาหาร ควรงดดื่มน้ำเย็น และไม่ควรดื่มน้ำมากหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ ควรพักสักครึ่งถึง 1 ชั่วโมง จึงดื่มน้ำมาก ๆ ได้ ไม่ควรกินอาหารเนื้อสัตว์มาก ผู้สูงอายุควรกินเฉพาะปลาจะดีมาก กินพืชผักผลไม้ของท้องถิ่นตามฤดูกาลที่ปลอดสารเคมี ทำให้มีสุขภาพดี และอย่าลืมกินอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนเพื่อเพิ่มธาตุไฟ เช่นขิง ดีปลี พริกไทย และใบกระเพรา เป็นต้น  สำหรับผู้สูงวัยควรทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ แต่ไม่ควรอิ่มมาก เลือกอาหารที่ช่วยให้การขับถ่ายดี โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่มี เพราะทุกวันนี้คนเป็นโรคมากเพราะกินมากแต่ขับถ่ายน้อย ที่สำคัญอย่าลืมขับถ่ายอารมณ์เสียโดยการนั่งสมาธิด้วย  ก็จะทำให้ไม่เครียดและมีปัญญา  สนุกกับการแก้ปัญหาในแต่ละวันโดยยึดหลัก ปัญหาไม่มี บารมีไม่เกิด เน้นการทดสอบปัญญาในการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมีความสุข

สำหรับท่านที่สนใจขับถ่ายวันละ 3 ครั้งเมื่อกินอาหาร 3 มื้อ ควรปฏิบัติดังนี้

               ตื่นนอนตอนเช้าควรทำธุระส่วนตัวเป็นครั้งที่ 1ให้เรียบร้อย แล้วนวดท้องด้วยผ้าขนหนูที่ม้วนเป็นก้อนแข็งด้วยการนอนทับคลึง 3 5 นาที อาทิตย์ละ 3 5 ครั้ง จากนั้นดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องก่อนแปรงฟัน 3 - 4 แก้ว (ยกเว้นคนเป็นโรคไต) เพื่อให้เชื้อแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสในช่องปากช่วยในการขับถ่าย จากนั้นก็ยืดเส้นยืดสายด้วยฤาษีดัดตน หรือโยคะ ก่อนออกกำลังกายที่ท่านชอบไม่ว่าจะเป็น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือกีฬาอะไรก็ได้ที่สะดวกเพื่อกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนดี และมีการเคลื่อนไหวของอวัยวะทุกส่วน  เน้นการช่วยปรับ ธาตุลม มาถึงช่วงนี้ก็จะขับถ่ายอุจจาระเป็นครั้งที่  2  สำหรับอาหารมื้อเช้าถ้าเป็นกล้วยน้ำหว้าสุกสัก 2 ลูก แถมด้วยส้ม 1 ผลก็ได้  แล้วตามด้วยอาหารสุขภาพที่ท่านจัดหาตามธรรมชาติ สำหรับมื้อกลางวันและเย็นควรมีผลไม้ไทยตามฤดูกาลหรือสลัดผักก่อนอาหาร  ก็จะเป็นการดี และที่สำคัญควรกินน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วขึ้นไป (2  ถึง  3  ลิตร)ครั้งที่ 3 จะขับถ่ายหลังอาหารมื้อเย็นหรือก่อนนอน รับรองว่าท่านจะอยู่ได้ถึงอายุ 90 ปี แบบมีความสุข ดังสุภาษิตที่ว่าอโรคยา  ปรมา อาภา  ความไม่มีโรคเป็นเป็นลาภอันประเสริฐ  ทั้งหมดนี้เน้นความสำคัญของการขับถ่าย  ที่ไม่อาจมองข้ามสำหรับท่านที่ต้องการมีสุขภาพดี